ประวัติความเป็นมา
 
 
 
 

 กรมประชาสัมพันธ์

 

ข้อมูลเกี่ยวกับสถานี ชื่อสถานี : สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประวัติความเป็นมาของสถานี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดดำเนินการส่งกระจายเสียงในภูมิภาคเป็นแห่งแรกของกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2498 ณ ที่ทำการประชาสัมพันธ์ภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเรียกว่า "สถานีวิทยุ กระจายเสียงประชาสัมพันธ์ภาคใต้” ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับประชาสัมพันธ์ภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยงานหลักขณะนั้นเรียกว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์ภาคใต้ และสถานีวิทยุแห่งนี้ นับเป็นเครื่องมือสื่อสารของประชาสัมพันธ์ภาค ที่ใช้ถ่ายทอดข่าวสารจากภาครัฐไปยังประชาชนผ่านเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอ.เอ็ม. ยี่ห้อคอนลิน ขนาดกำลังส่ง 1 กิโลวัตต์ เสาอากาศสูง 30 เมตร หลังจากนั้นวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2503 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ (มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2503) โดยแบ่งราชการบริหารส่วนกลางออกเป็น 10 หน่วยงาน ในจำนวนดังกล่าวการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจากประชาสัมพันธ์ภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ถัดมาอีก 2 ปี วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2505 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแบ่งส่วนราชการของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยยกเลิกหน่วยงานส่วนภูมิภาคและแบ่งส่วนงานใหม่เป็น 12 หน่วย มีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) เป็นกองประชาสัมพันธ์เขตสุราษฎร์ธานี อยู่ในสังกัดส่วนการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ จึงมีการเปลี่ยนชื่อสถานีวิทยุเป็น สถานีวิทยุกระจายเสียงกองประชา- สัมพันธ์เขตสุราษฎร์ธานี มีชื่อย่อว่า"สถานีวิทยุกระจายเสียง ปชส. สุราษฎร์ธานี” ก่อนหน้านั้น รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับจัดซื้อเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอ.เอ็ม. เครื่องใหม่ กำลังส่งสูง 10 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง เสาอากาศสูง 60 เมตรไปติดตั้งที่นิคมขุนทะเล ถนนสายสุราษฎร์ – นาสาร ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงหลักกิโลเมตรที่ 8 ทำการส่งกระจายเสียงออกอากาศเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2505 เวลา 06.25 น. ที่ความถี่ 1,210 กิโลเฮิร์ตซ เนื่องจากเป็นเครื่องส่งใหม่ทำให้กำลังส่งสูงขึ้น คลื่นวิทยุไปรบกวนระบบสื่อสารและโทรศัพท์ในเมืองสุราษฎร์ธานี จนถูกร้องเรียนให้ย้ายออก จึงได้ย้ายสถานีเครื่องส่งไปก่อสร้างอาคารใหม่เมื่อ พ.ศ. 2507 โดยได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินของกรมประชาสงเคราะห์ พื้นที่ประมาณ 75 ไร่ ตามหนังสือกรมประชาสงเคราะห์ ที่ มท.0711/5978 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2510 ตั้งอยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ถนนสุ

ราษฎร์ – นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เป็นที่ตั้งอาคารสถานีฯ ในปัจจุบัน) จนถึงปี พ.ศ. 2516 ระยะนั้นบ้านเมืองทางภาคใต้ระอุด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ การส่งกระจายเสียงสถานีวิทยุกระจายเสียงกองประชาสัมพันธ์เขตสุราษฎร์ธานีไม่ได้ผลในการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เนื่องจากสถานีวิทยุเสียงปักกิ่งภาคภาษาไทยมีกำลังสูงกว่า -2- ส่งคลื่นตรงมาทับคลื่นความถี่เครื่องส่งของสถานีฯ จึงได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับจัดซื้อเครื่องส่ง เอ.เอ็ม. เครื่องใหม่ ความถี่ 1215 กิโลเฮิร์ตซ กำลังส่ง 50 กิโลวัตต์ และเครื่องส่ง เอฟ.เอ็ม. ความถี่ 95.50 เมกกะเฮิร์ซ กำลังส่ง 5 กิโลวัตต์ขณะนั้นห้องส่งวิทยุทั้ง 2 ระบบ ตั้งอยู่ภายใน ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 5 ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้ปฏิบัติหน้าที่ สำหรับพื้นที่ตำบลขุนทะเลเป็นเพียงสถานีเครื่องส่งเท่านั้น การทำงานในรูปแบบแยกห้องส่งกับเครื่องส่ง จนถึงปี พ.ศ.2529 กรมประชาสัมพันธ์ได้รับจัดสรรงบประมาณสำหรับการก่อสร้างอาคารแบบถาวร ภายในบริเวณศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 (ชื่อในขณะนั้น) ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับการดำเนินงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้ย้ายห้องส่งวิทยุกระจายเสียงทั้ง 2 ระบบ มาดำเนินการ ณ อาคารเครื่องส่งฯ บริเวณ หมู่ที่ 1 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัด สุราษฎร์ธานี โดยเปลี่ยนชื่อเป็น "สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ราบสลับภูเขา การส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบบ เอฟ.เอ็ม. ความถี่ 95.50 MHz. และ เอ.เอ็ม. 1215 kHz. ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 19 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมาปี พ.ศ. 2537 กองช่างและทะเบียนวิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ (ชื่อหน่วยงานในขณะนั้น) จึงได้ทดลองส่งกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม. ความถี่ 89.75 MHz. อีกความถี่หนึ่ง และได้จัดหาเครื่องส่งระบบ เอ็ฟ.เอ็ม. กำลังส่ง 1 กิโลวัตต์ สำหรับส่งกระจายเสียง ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลขที่ 60 ถนนสุราษฎร์ – นาสาร หมู่ที่ 1 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มขึ้นอีก 1 คลื่น มาจนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้ครอบคลุมพื้นที่เขตบริการมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอลที่การสื่อสารมีความสะดวก ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและหลากหลายช่องทาง สวท.สุราษฎร์ธานี จึงได้มีการเพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์อีกช่องทางหนึ่ง สถานที่ตั้งห้องส่ง (๑) ที่ตั้งสถานี

เลขที่ ๖๐ ชื่ออาคาร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ชั้น ๒) . หมู่ที่ 1 ถนนสุราษฎร์ – นาสาร แขวง/ตำบล ขุนทะเล เขต/อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี รหัสไปรษณีย์ 84100 โทรศัพท์ ๐ ๗๗๓๕ ๕๑๒๐ โทรสาร ๐ ๗๗๓๕ ๕๐๔๘ E-mail.....fm8975sss@gmail.com (๒) ที่ตั้งเครื่องส่ง เลขที่ - ชื่ออาคาร เครื่องส่งเขาท่าเพชร ตรอก/ซอย – หมู่ที่ 5 ถนนสุราษฎร์-นาสาร แขวง/ตำบล มะขามเตี้ย เขต/อำเภอ เมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัด สุราษฎร์ธานี รหัสไปรษณีย์ ๘๔๐๐๐ -3- (3) แผนที่ (แสดงสถานที่ตั้งพร้อมกำหนดพิกัดที่ตั้งของสถานี (ให้แสดงค่าเป็นทศนิยม ๖ ตำแหน่ง) และเสาอากาศ) โดยสังเขป พร้อมระบุชื่อถนนให้ชัดเจน พิกัดที่ตั้งสถานี : (ละติจูด) 9.092165 องศา (ลองจิจูด) 99.348631 องศา

 

     

 

 ตรากรมประชาสัมพันธ์

      ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฎในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 7 เล่มที่ 64 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2490 กำหนดเครื่องหมายราชการ "กรมโฆษณาการ” ให้เป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์เหาะลอยอยู่เหนือเมฆ มีวงกลมล้อมรอบตามวรรณคดีกล่าวไว้ว่า พระอินทร์เป่าสังข์ปลุกพระนารายณ์ให้ตื่นจากบรรทมสินธุ์ในสะดือทะเล เพื่อขึ้นมาปราบเหตุร้ายต่าง ๆ ในโลก อย่างไรก็ดี โดยที่สังข์ ตามลัทธิพราหมณ์ถือว่าเป็นมงคล 3 คือ สังข์ ถือกำเนิดจากพระพรหม ท้องสังข์เคยเป็นที่ซ่อนคัมภีร์พระเวทและตัวสังข์ มีรอยนิ้วพระหัตถ์ ของพระนารายณ์ ในพิธีทางศาสนา พราหมณ์ จึงมีการเป่าสังข์เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย นอกจากนี้ พระในลัทธิชินโตก็ใช้สังข์เป่าในพิธีมงคลพวกชาวเกาะทะเลใต้ เป่าสังข์ บอกสัญญาณระหว่างกันปรากฏว่าได้ยินไปไกลไม่แพ้เป่าเขาควาย เนื่องจากงานประชาสัมพันธ์เป็นการโฆษณาเผยแพร่และอธิบายชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างกว้างขวางเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี โดยมีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และภาพยนตร์เป็นเครื่องช่วย จึงเปรียบได้กับการเป่าสังข์ของเทวดาในสมัยโบราณเพื่อบอก สัญญาณ และเรียกประชุม นั่นเอง

 

 สีกรมประชาสัมพันธ์

ใช้สีม่วง ซึ่งถือกันว่าเป็นสีของงานสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์

 

Link banner

 

Copy code นี้ไปลงในเว็บไซต์ของท่าน

 <a href="http://www.prd.go.th" target="_blank"><img src="http://www.prd.go.th/images/prd_banner01.jpg" border="0" alt="กรมประชาสัมพันธ์"

คะแนนโหวต :
image
image
image
image