นายกรัฐมนตรี พอใจภาพรวมฉีดวัคซีนโควิดนักเรียน ร้อยละ 83.85 เตรียมแผนฉีดวัคซีนเด็กเล็ก พร้อมกำชับติดตามเวชภัณท์ที่เกี่ยวข้องการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดโควิดไม่ให้ขาดแคลน

พอใจภาพรวมของนักเรียนช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรายงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2565) พบจำนวนนักเรียนผู้ประสงค์ฉีด 4,317,337 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 5,148,710 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 83.85 นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมแผนการจัดสรรวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี ขณะนี้กำลังสำรวจตัวเลขตลอดจนสำรวจความยินยอมผู้ปกครองโดยในระบบของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอื่น ๆ มีนักเรียนที่อยู่ในระบบราว 5.2 ล้านคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้มีการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองให้มากที่สุด ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีนช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม ส่วนรูปแบบในการฉีดจะใช้แนวทางเดิมที่ฉีดให้กับเด็กอายุ 12-18 ปี ทั้งนี้ ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่เด็กนักเรียนในประเทศ มีความคืบหน้าในทุกภูมิภาค รัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่เด็กนักเรียนให้ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด ทั้งนี้เพื่อรองรับการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนและเพื่อให้กลุ่มนักเรียนที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถกลับเข้ามาเรียนที่โรงเรียนได้โดยเร็วที่สุด นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยติดตามและดูแล อย่าให้เวชภัณท์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในประเทศขาดแคลน ซึ่งล่าสุด องค์การเภสัชกรรมเปิดจำหน่าย ATK ให้ประชาชนในราคา 35 บาทต่อชุด จำนวน 3 ล้านชุด โดยเริ่มจำหน่ายวันที่ 14 มกราคม 2565 ประชาชนสามารถซื้อผ่านร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรมทั้ง 8 สาขา รวมทั้งองค์การเภสัชกรรม จะจำหน่ายทางออนไลน์ เริ่มที่ 17 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : พรหมธิดา ทิพยานนท์

ผู้เรียบเรียง : วีระเดช คชเสนีย์

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย



คะแนนโหวต :